CourseBig Baccarat3 min read

Series: วิธีเล่นบาคาร่าใหญ่Part 2 of 4

มูลค่าไพ่และผลลัพธ์การเดิมพัน

มูลค่าไพ่

Heather Ferris at the big baccarat table

มูลค่าไพ่ในบาคาร่าค่อนข้างง่าย แต่แตกต่างจากเกมคาสิโนส่วนใหญ่ ไพ่ 2 ถึง 9 มีค่าเท่ากับตัวเลขบนหน้าไพ่ ไพ่ 10, แจ็ค (J), ควีน (Q) และคิง (K) มีค่าเท่ากับ 0 ส่วนเอซ (A) มีค่าเท่ากับ 1

การ์ดแต่ละประเภทมีค่าเท่าไร

  • ไพ่ 2 ถึง 9 = ค่าตามหน้าไพ่
  • ไพ่ 10, J, Q, K = 0
  • ไพ่ A = 1

ไพ่ศูนย์ (Zero Cards)

ไพ่ที่มีค่าเป็นศูนย์คือสิ่งที่ทำให้บาคาร่ามีเอกลักษณ์

ตัวอย่างเช่น

  • K + Q = 0
  • 10 + 9 = 9
  • J + 6 + 7 = 13 ซึ่งนับเป็น 3

ไพ่หน้าคนไม่ได้ช่วยเพิ่มแต้ม เว้นแต่จะช่วยรักษาหลักหน่วยที่คุณต้องการไว้

วิธีนับแต้มแบบรวดเร็ว

  • 1. มองข้ามไพ่ 10, J, Q และ K เพราะมีค่าเป็น 0
  • 2. นับ A เป็น 1
  • 3. นับไพ่ 2 ถึง 9 ตามหน้าไพ่
  • 4. หากผลรวมตั้งแต่ 10 ขึ้นไป ให้ตัดหลักสิบออก
  • 5. ใช้เฉพาะเลขหลักหน่วยเป็นแต้มสุดท้าย

ตัวอย่าง

  • 8 + 7 = 15 → แต้ม 5
  • 9 + 6 = 15 → แต้ม 5
  • A + 9 = 10 → แต้ม 0
  • 4 + 4 + 2 = 10 → แต้ม 0
  • Q + 5 + 3 = 8 → แต้ม 8

เคล็ดลับสำหรับผู้เล่น: ในบาคาร่าไม่มีคำว่า "แต้มเกิน" หรือ Bust การจั่วไพ่ใบที่สามอาจทำให้แต้มที่ดูดีแย่ลงได้ แต่ไม่มีทางที่มือจะเสียเพราะแต้มเกิน ระบบจะเปรียบเทียบเพียงแต้มสุดท้ายของแต่ละฝั่งเท่านั้น

การเดิมพันหลัก 3 แบบ

บาคาร่ามีการเดิมพันหลักอยู่ 3 ประเภท ได้แก่

  • Banker
  • Player
  • Tie

การเดิมพันทั้งสามแบบนี้มีอยู่ในโต๊ะบาคาร่าทั่วโลก การเข้าใจเงื่อนไขการชนะและอัตราจ่ายของแต่ละประเภทถือเป็นพื้นฐานสำคัญของเกม

Banker

การเดิมพัน Banker ชนะเมื่อแต้มสุดท้ายของฝั่ง Banker สูงกว่าฝั่ง Player

  • ชนะ หาก Banker มีแต้มมากกว่า
  • แพ้ หาก Banker มีแต้มน้อยกว่า
  • เสมอ (Push) หากผลออก Tie

ในบาคาร่าแบบมาตรฐาน การเดิมพัน Banker จ่าย 1 ต่อ 1 แต่คาสิโนจะหักค่าคอมมิชชัน 5% ของยอดชนะ

สาเหตุที่มีการเก็บค่าคอมมิชชัน เพราะโดยสถิติแล้ว Banker มีโอกาสชนะมากกว่า Player เล็กน้อย

Player

การเดิมพัน Player ชนะเมื่อแต้มสุดท้ายของฝั่ง Player สูงกว่าฝั่ง Banker

  • ชนะ หาก Player มีแต้มมากกว่า
  • แพ้ หาก Player มีแต้มน้อยกว่า
  • เสมอ (Push) หากผลออก Tie

จ่าย 1 ต่อ 1 และไม่มีค่าคอมมิชชัน

แม้ Player จะมีความได้เปรียบทางคณิตศาสตร์น้อยกว่า Banker เล็กน้อย แต่ผู้เล่นจำนวนมากชอบเพราะคำนวณเงินรางวัลได้ง่าย

ตัวอย่าง

เดิมพัน 100 ดอลลาร์ ชนะ รับ 100 ดอลลาร์เต็ม

Tie

การเดิมพัน Tie จะชนะก็ต่อเมื่อแต้มสุดท้ายของทั้งสองฝั่งเท่ากันพอดี

โดยทั่วไปจ่าย 8 ต่อ 1

เมื่อเกิด Tie

  • Banker Push
  • Player Push

หมายความว่าเงินเดิมพันเดิมจะไม่ถูกเก็บและไม่ถูกจ่ายเพิ่ม

Push คืออะไร?

เมื่อผลออกเสมอ เงินเดิมพัน Banker และ Player จะยังคงอยู่บนโต๊ะ

คุณสามารถเลือกได้ว่าจะ

  • เก็บเดิมพันออก
  • เพิ่มเดิมพัน
  • ลดเดิมพัน
  • หรือปล่อยไว้สำหรับรอบถัดไป

Tie ไม่ทำให้คุณเสียเงินเดิมพัน Banker หรือ Player

ตัวอย่างผลการเดิมพัน

  • เดิมพัน Banker 100 ดอลลาร์ → Banker ชนะ → รับเงินรางวัล หักค่าคอมมิชชัน
  • เดิมพัน Player 100 ดอลลาร์ → Player ชนะ → รับ 100 ดอลลาร์เต็ม
  • เดิมพัน Tie 25 ดอลลาร์ → ผลเสมอ → รับ 200 ดอลลาร์
  • เดิมพัน Banker 100 ดอลลาร์ → ผลเสมอ → เงินเดิมพันคืน ไม่มีค่าคอมมิชชัน

เคล็ดลับสำหรับผู้เล่น: หากเพิ่งเริ่มเล่น ควรเรียนรู้การเดิมพัน Banker และ Player ให้เข้าใจก่อน แล้วค่อยศึกษา Tie และเดิมพันพิเศษเพิ่มเติมภายหลัง

วิธีวางเดิมพัน

การเดิมพันทั้งหมดในบาคาร่าใช้ชิปคาสิโนเท่านั้น ไม่สามารถวางเงินสดลงบนโต๊ะได้โดยตรง

ต้องวางชิปก่อนที่ Caller จะประกาศ

"No More Bets, Cards Please"

เมื่อมีการประกาศดังกล่าวแล้ว

  • ห้ามวางเดิมพันเพิ่ม
  • ห้ามเพิ่มเงินเดิมพัน
  • ห้ามลดเงินเดิมพัน
  • ห้ามถอนเงินเดิมพัน

จนกว่ารอบนั้นจะจบสมบูรณ์

ขั้นตอนการวางเดิมพัน

  • 1. เลือกตำแหน่งที่ต้องการวางเดิมพัน
  • 2. วางชิปในช่อง Banker, Player, Tie หรือ Side Bet
  • 3. วางชิปมูลค่าน้อยไว้ด้านบนชิปมูลค่าสูง
  • 4. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าชิปอยู่ภายในช่องเดิมพันที่ถูกต้อง
  • 5. หยุดสัมผัสเดิมพันเมื่อเจ้ามือประกาศปิดรับเดิมพัน

การเดิมพันด้วยวาจา

บางคาสิโนอนุญาตให้ผู้เล่นประกาศการเดิมพันด้วยเสียง แต่ต้องมีชิปวางอยู่บนโต๊ะและเจ้ามือมีเวลาพอที่จะจัดวางให้ก่อนปิดรับเดิมพัน

แนวทางที่ปลอดภัยที่สุดคือ

วางชิปให้เรียบร้อยก่อนคำว่า "No More Bets"

มารยาทในการวางเดิมพัน

  • วางชิปแต่เนิ่น ๆ
  • วางชิปให้ชัดเจนภายในช่องเดิมพัน
  • อย่าเอื้อมมือเข้าไปหลังจากแจกไพ่แล้ว
  • สอบถามเจ้ามือก่อนเล่น Side Bet

สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เกมดำเนินไปอย่างราบรื่นและลดข้อโต้แย้ง

เคล็ดลับสำหรับผู้เล่น: เมื่อแจกไพ่แล้ว อย่าสัมผัสชิปบนโต๊ะ หากวางเดิมพันผิด ให้รอจนจบรอบแล้วแจ้งเจ้ามือหรือหัวหน้าพิท

อัตราจ่ายมาตรฐานและค่าคอมมิชชัน

บาคาร่าแบบมาตรฐานมีอัตราจ่ายดังนี้

  • Player จ่าย 1 ต่อ 1
  • Banker จ่าย 1 ต่อ 1 หักค่าคอมมิชชัน 5%
  • Tie จ่าย 8 ต่อ 1

เดิมพันพิเศษจะมีอัตราจ่ายตามที่คาสิโนกำหนด

วิธีคิดค่าคอมมิชชัน 5%

หากเดิมพัน Banker และชนะ คาสิโนจะหัก 5% จากยอดกำไร

ตัวอย่าง

  • เดิมพัน 25 ดอลลาร์ → กำไร 25 ดอลลาร์ → ค่าคอมมิชชัน 1.25 ดอลลาร์ → กำไรสุทธิ 23.75 ดอลลาร์
  • เดิมพัน 100 ดอลลาร์ → กำไร 100 ดอลลาร์ → ค่าคอมมิชชัน 5 ดอลลาร์ → กำไรสุทธิ 95 ดอลลาร์
  • เดิมพัน 500 ดอลลาร์ → กำไร 500 ดอลลาร์ → ค่าคอมมิชชัน 25 ดอลลาร์ → กำไรสุทธิ 475 ดอลลาร์
  • เดิมพัน 1,000 ดอลลาร์ → กำไร 1,000 ดอลลาร์ → ค่าคอมมิชชัน 50 ดอลลาร์ → กำไรสุทธิ 950 ดอลลาร์

คาสิโนบางแห่งเก็บค่าคอมมิชชันทันที ขณะที่บางแห่งจะบันทึกไว้และเรียกเก็บภายหลัง

บาคาร่าแบบไม่มีค่าคอมมิชชัน

บางโต๊ะใช้ระบบ No Commission

ในรูปแบบนี้ Banker จะจ่ายเต็ม 1 ต่อ 1 ยกเว้นกรณีที่ Banker ชนะด้วยแต้ม 6 ซึ่งจะจ่ายเพียงครึ่งเดียว (1 ต่อ 2)

ตัวอย่าง

เดิมพัน Banker 100 ดอลลาร์

หาก Banker ชนะด้วยแต้ม 6 จะได้รับเพียง 50 ดอลลาร์

ควรตรวจสอบป้ายบนโต๊ะทุกครั้งก่อนเล่น เพราะแต่ละคาสิโนอาจใช้กฎต่างกัน

เคล็ดลับสำหรับผู้เล่น: แม้จะมีค่าคอมมิชชัน Banker ยังคงเป็นการเดิมพันหลักที่มีความได้เปรียบทางคณิตศาสตร์ดีที่สุดในเกมส่วนใหญ่

เดิมพันพิเศษ (Side Bets)

Side Bets เพิ่มความสนุกให้กับเกม แต่เป็นการเดิมพันเสริมที่ไม่จำเป็น

ต้องวางเดิมพันก่อนแจกไพ่ และจะตัดสินผลแยกจากการเดิมพัน Banker, Player หรือ Tie

Side Bet อาจชนะแม้การเดิมพันหลักจะแพ้ และในทางกลับกัน

Perfect Pairs

Perfect Pairs คือการเดิมพันว่าไพ่สองใบแรกของฝั่งที่เลือกจะออกมาเป็นคู่

สามารถเดิมพันได้ที่

  • ฝั่ง Player
  • ฝั่ง Banker
  • หรือทั้งสองฝั่ง

ประเภทของคู่จะกำหนดอัตราจ่าย

Mixed Pair

ไพ่แต้มเดียวกัน แต่คนละสีแดงดำ

โดยทั่วไปจ่ายประมาณ 5 ต่อ 1 หรือ 6 ต่อ 1

Coloured Pair

ไพ่แต้มเดียวกัน สีเดียวกัน แต่คนละดอก

โดยทั่วไปจ่ายประมาณ 10 ต่อ 1 หรือ 12 ต่อ 1

Perfect Pair

ไพ่แต้มเดียวกันและดอกเดียวกัน

โดยทั่วไปจ่ายประมาณ 25 ต่อ 1 หรือ 30 ต่อ 1

Dragon Bonus

Dragon Bonus คือการเดิมพันว่าฝั่งที่เลือกจะ

  • ชนะด้วย Natural
  • หรือชนะด้วยส่วนต่างแต้มจำนวนมาก

โดยทั่วไป

  • Natural Win จ่าย 1 ต่อ 1
  • Natural Tie คืนทุน
  • ชนะโดยส่วนต่าง 4 แต้มขึ้นไป จ่ายตามตารางอัตราจ่าย
  • ยิ่งชนะห่างมาก อัตราจ่ายยิ่งสูง

หากฝั่งที่เลือกแพ้ หรือชนะไม่ถึง 4 แต้ม การเดิมพันจะเสีย

การตัดสินผล Side Bets

Perfect Pairs พิจารณาเฉพาะไพ่สองใบแรกเท่านั้น

ไพ่ใบที่สามไม่มีผลต่อการเดิมพันนี้

Dragon Bonus พิจารณาจากผลสุดท้ายของมือ แต่การจ่ายตามส่วนต่างจะใช้เฉพาะกรณีชนะโดยไม่ใช่ Natural เท่านั้น

เคล็ดลับสำหรับผู้เล่น: Side Bets ถูกออกแบบมาเพื่อความบันเทิง ไม่ใช่เพื่อลดความได้เปรียบของคาสิโน เรียนรู้การเดิมพันหลักให้เข้าใจก่อน แล้วค่อยเพิ่มการเดิมพันพิเศษเมื่อคุณพร้อม

Enjoyed this lesson?

Join our newsletter to get the latest casino industry courses delivered straight to your inbox.

    Series

    วิธีเล่นบาคาร่าใหญ่

    Part 2 of 4

    Related Free Learning Hubs: Big Baccarat, All Hubs

    Recommended Resources

    Affiliate links may be included.

    Related Courses

    Making Bets

    Making Bets

    Jul 17, 2026 Massimo

    Learn the difference between buy bets and place bets in craps. Compare payouts, house edge, commission fees, and discover when buy bets are better than place bets.